Thai Seasoning Leader Goes Global: Exotic Food Thailand Leverages RISE with SAP  


Bangkok, Thailand — 13 June 2024SAP SE today announced that Exotic Food Thailand (Exotic Food), a leader in Thai seasoning and ingredients, has accelerated its global expansion and innovation efforts by leveraging RISE with SAP, a comprehensive business transformation package that includes an AI-powered cloud ERP solution, infrastructure, and services.  

Founded in 1999, Exotic Food boasts a presence in 80 countries with over 800 stock keeping units (SKU), making it a household name for Thai flavors worldwide. Their recent surge in global sales reflects a 73% year-over-year growth, benefiting from the newly implemented RISE with SAP which allowed Exotic Food to handle this rapid growth and large volume of transactions with ease. 

During the COVID-19 pandemic, as people stayed home and cooked more, the increased orders put a strain on Exotic Food’s existing on-premise ERP system, hindering scalability. To address this, in January 2023, the organization successfully implemented RISE with SAP, hosted on Amazon Web Services (AWS), migrating its on-premise ERP system to the cloud. Powered by SAP S/4HANA Cloud, RISE with SAP enabled Exotic Food to integrate key business functions, streamline operational processes, and improve real-time decision-making. The transition to AWS cloud hosting also boosted performance and stability. 

“The implementation of RISE with SAP on AWS has truly transformed our business operations, enabling us to focus on growth and innovation in the global market,” said Vasana Jantarach, Co-Founder & Managing Director, Exotic Food Thailand. “SAP S/4HANA Cloud has optimized our operational workloads while maintaining staff capacity. It has helped to integrate our financial processes across different departments, providing us a centralized view and allowed us to automate tasks from sales order computation, inventory management, through order fulfilment. The cloud ERP system also handles diverse product configurations in real time, helping us to reach more food lovers globally in less time.” 

Through streamlining financial processes, SAP S/4HANA Cloud helped Exotic Food reduce manual workloads, and achieve faster, more accurate month-end closings. Previously, the process was lengthy due to the recurring need to verify and correct source data. With real-time data recording and verification enabled by SAP S/4HANA Cloud, financial reports are now generated in shorter times with less errors, significantly speeding up the process. The time required for monthly closings has been reduced from 18 days to just eight days. 

Data traceability, production planning, and automation are crucial in the food industry. Previously, transaction data and record-keeping were done on paper, making it tedious to find information for financial audits. With business-critical data now digitalized and migrated onto SAP S/4HANA Cloud, Exotic Food has improved efficiency. Traceability tasks that once took four hours now take just three minutes—a 99 percent reduction. This allows Exotic Food to keep a clean and audit-ready record of its business transactions and enables employees to focus on more strategic tasks, significantly boosting innovation and productivity.  

Automation also helped the organization eliminate multiple manual steps for employees, reducing stocktaking time from two days to half a day on average, a 75 percent reduction, freeing up staff to take on other, business-critical tasks.  

Kulwipa Piyawattanametha, Managing Director SAP Indochina, said, “Exotic Food Thailand’s success in transforming its business to the cloud through RISE with SAP is a testament to the capabilities and value that SAP solutions bring. With enhanced information management, including having a single source of truth and increased data transparency, Exotic Food has significantly improved its operations, making decision-making more convenient for management and allowing the team to focus more on productivity. Furthermore, with SAP S/4HANA Cloud, Exotic Food can now add on new solution extensions more flexibly and accelerate its innovation through cloud-based, AI-powered capabilities that SAP and our partner ecosystem offer.” 

For Exotic Food, having a clear objective with well-defined ERP scope, an experienced SAP implementing partner, and robust post-go-live support, were the keys to success. 

“Migrating an on-premise ERP system to the cloud is a long-term journey, and the project go-live is one of the major milestones. As the implementing partner for Exotic Food Thailand’s adoption of RISE with SAP, we are proud to bring our deep expertise in the manufacturing and food industry to support and work alongside SAP and the customer. Together, we look forward to helping Exotic Food drive successful optimization of their business operations in Thailand and across the globe,” said Wisit Wirayagorn, Managing Director, NTT DATA Business Solutions (Thailand) Ltd. 

Visit the SAP News Center. Follow SAP at @SAPNews. 

Media Contact: 

Rizka Laksmi, rizka.laksmi@sap.com, GMT+7
SAP Press Room; press@sap.com

(Credit: Exotic Food Thailand)

[Thai version]

ผู้นำด้านการส่งออกอาหารไทยสู่ธุรกิจระดับโลก: เอ็กโซติค ฟู้ด ประเทศไทย เลือกใช้ RISE with SAP พัฒนาระบบการดำเนินงาน

กรุงเทพฯ ประเทศไทย — 13 มิถุนายน 2567 — วันนี้ SAP SE ได้ประกาศถึงการเลือกใช้โซลูชัน  RISE with SAP ของเอ็กโซติค ฟู้ด ประเทศไทย (Exotic Food) ซึ่งเป็นผู้นำด้านการส่งออกอาหารไทยที่ได้มีการขยายการเติบโตทางธุรกิจไปทั่วโลก รวมถึงได้เลือกใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมอย่าง RISE with SAP ในการเปลี่ยนแปลงธุรกิจอย่างครอบคลุม ซึ่งรวมถึงระบบ Cloud ERP ที่ขับเคลื่อนด้วย AI-powered โครงสร้างพื้นฐาน และบริการด้วย

บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2542 และได้ดำเนินกิจการใน 80 กว่าประเทศทั่วโลก เนื่องด้วยปัจจุบันบริษัทมีสินค้าให้เลือกมากกว่า 800 รายการ (SKU) จึงทำให้บริษัทกลายเป็นที่รู้จักทั่วโลกในฐานะผู้ผลิตเครื่องปรุงรสไทย ยอดขายทั่วโลกที่พุ่งสูงขึ้นสะท้อนถึงการเติบโต 73% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านี้ โดยบริษัทได้มีการใช้ RISE with SAP ในการดำเนินงาน ทำให้สามารถจัดการกับการเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจ และปริมาณธุรกรรมขนาดใหญ่ได้อย่างง่ายดาย

เนื่องจากผู้คนอยู่บ้านและมีการทำอาหารกันมากขึ้นในช่วงการระบาดของ โควิด-19 คำสั่งซื้อสินค้าที่เพิ่มขึ้นทำให้ระบบ ERP ภายในองค์กรที่ใช้อยู่ของ เอ็กโซติค ฟู้ด ทำงานหนักขึ้น ส่งผลให้ไม่สามารถปรับขนาดได้ เพื่อแก้ไขปัญหานี้ บริษัทจึงได้เปลี่ยนมาใช้ RISE with SAP ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2566 และโฮสต์บน Amazon Web Services (AWS) ได้สำเร็จ โดยย้ายระบบ ERP ไปยังคลาวด์ นอกจากนี้ SAP S/4HANA Cloud ทำให้โซลูชัน RISE with SAP ช่วยให้ เอ็กโซติค ฟู้ด สามารถบูรณาการฟังก์ชันทางธุรกิจ ปรับปรุงกระบวนการปฏิบัติงาน และปรับปรุงด้านการตัดสินใจทางธุรกิจแบบเรียลไทม์ได้ การเปลี่ยนไปใช้โฮสติ้งบนคลาวด์ของ AWS ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความเสถียรอีกด้วย

“การตัดสินใจใช้ RISE with SAP บน AWS ได้เปลี่ยนโฉมหน้าการดำเนินธุรกิจของเราอย่างแท้จริง ทำให้เราสามารถมุ่งเน้นไปที่การเติบโตและนวัตกรรมในตลาดโลกได้” คุณวาสนา จันทรัช ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) กล่าว “SAP S/4HANA Cloud จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเวิร์กโหลดในการดำเนินงานของเรา ในขณะเดียวกันก็จะช่วยรักษาศักยภาพของพนักงานของเรา ระบบ SAP S/4HANA Cloud ยังมีส่วนช่วยปรับปรุงกระบวนการด้านการเงินในแผนกต่างๆ ทำให้เรามองเห็นภาพรวมได้ดีขึ้น และช่วยให้เราสามารถทำงานแบบอัตโนมัติได้ ตั้งแต่การคำนวณคำสั่งซื้อ การจัดการสินค้าคงคลัง ไปจนถึงการปฏิบัติตามคำสั่งซื้อ นอกจากนี้ ระบบ ERP บนคลาวด์ยังช่วยเราจัดการกำหนดค่าผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายได้แบบเรียลไทม์ ทำให้เราสามารถเข้าถึงผู้ที่มีความชื่นชอบอาหารทั่วโลกได้มากขึ้นในเวลาเพียงสั้นๆ” คุณวาสนา กล่าวเสริม

นอกจากนี้ การใช้ SAP S/4HANA Cloud มีส่วนช่วยให้ เอ็กโซติค ฟู้ด ลดภาระในการงาน และช่วยให้สามารถปิดบัญชีสิ้นเดือนได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ด้วยการปรับปรุงกระบวนการด้านการเงิน โดยก่อนหน้านี้ กระบวนการนี้ค่อนข้างใช้เวลานาน เนื่องจากต้องตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลต้นฉบับซ้ำๆ หลายครั้ง การบันทึกและการตรวจสอบข้อมูลแบบเรียลไทม์ที่ด้วยหารใช้ระบบ SAP S/4HANA Cloud จึงทำให้สามารถการจัดทำรายงานทางการเงินได้ในเวลาที่สั้นลง และมีข้อผิดพลาดน้อยลง ทำให้กระบวนการการทำงานโดยรมมีความรวดเร็วขึ้นมาก ซึ่งระยะเวลาที่ต้องใช้ในการปิดบัญชีรายเดือนลดลงจาก 18 วันเหลือเพียง 8 วันเท่านั้น

การตรวจสอบข้อมูล การวางแผนการผลิต และระบบอัตโนมัติ มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมอาหาร ก่อนหน้านี้ ข้อมูลทางธุรกรรมและการบันทึกข้อมูลจะถูกบันทึกบนกระดาษ ทำให้การค้นหาข้อมูลเพื่อนำมาตรวจสอบด้านการเงินเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ เมื่อข้อมูลที่สำคัญต่อธุรกิจเหล่านี้ได้รับการเปลี่ยนแปลงไปอยู่ในระบบดิจิทัลและย้ายไปยัง SAP S/4HANA Cloud แล้ว เอ็กโซติค ฟู้ด จึงมีประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีขึ้น งานตรวจสอบย้อนหลังต่างๆ ที่เคยใช้เวลา 4 ชั่วโมง ปัจจุบันใช้เวลาเพียงแค่ 3 นาทีเท่านั้น ซึ่งลดลงถึง 99 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ เอ็กโซติค ฟู้ด สามารถมีบันทึกธุรกรรมทางธุรกิจที่โปร่งใสและพร้อมสำหรับการตรวจสอบ และทำให้พนักงานสามารถมุ่งเน้นการทำงานไปที่งานเชิงกลยุทธ์ได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพนวัตกรรมและผลผลิตได้เป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ระบบอัตโนมัติยังช่วยให้องค์กรลดขั้นตอนการทำงานด้วยการใช้มือของพนักงานหลายขั้นตอน อาทิ ทำให้เวลาที่ใช้ในการตรวจนับสต๊อกลดลงจาก 2 วันเหลือเพียงครึ่งวันโดยเฉลี่ย หรือลดลงถึง 75 เปอร์เซ็นต์ และช่วยให้พนักงานมีเวลาไปทำภารกิจอื่นๆ ที่สำคัญต่อธุรกิจได้

คุณกุลวิภา ปิยวัฒนเมธา กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคอินโดจีน บริษัท SAP กล่าวว่า “ความสำเร็จของ เอ็กโซติค ฟู้ด ประเทศไทย ในการเปลี่ยนธุรกิจไปสู่ระบบคลาวด์ด้วย RISE with SAP ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสามารถและประสิทธิภาพที่โซลูชัน SAP มอบให้ ด้วยการจัดการข้อมูลที่ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น รวมทั้งการมีแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือและมีความโปร่งใส เอ็กโซติค ฟู้ด จึงสามารถปรับปรุงการดำเนินงานได้อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้การตัดสินใจทางธุรกิจของฝ่ายบริหารสะดวกยิ่งขึ้น และทำให้ทีมงานสามารถมุ่งเน้นไปที่ผลผลิตได้มากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยระบบ SAP S/4HANA Cloud เอ็กโซติค ฟู้ด สามารถเพิ่มโซลูชันใหม่ๆ เข้าไปได้อย่างยืดหยุ่น และสามารถเร่งนวัตกรรมผ่านความสามารถที่ขับเคลื่อนแบบ AI-powered บนคลาวด์ที่ SAP และระบบนิเวศของพันธมิตรของเรามอบให้”

การมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนพร้อมขอบเขต ERP ที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน พันธมิตรที่มีประสบการณ์ในการนำ SAP มาปรับใช้ และการสนับสนุนหลังการใช้งานที่แข็งแกร่ง ถือเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของ เอ็กโซติค ฟู้ด

“การย้ายระบบ ERP ไปยังคลาวด์เป็นกระบวนการที่ใช้ระยะเวลานาน และการทำให้โครงการ go-live เป็นหนึ่งในก้าวสำคัญ ในฐานะพันธมิตรผู้ดำเนินการในการนำ RISE with SAP มาใช้ให้กับ เอ็กโซติค ฟู้ด ประเทศไทย  เรามีความภูมิใจที่ได้นำความเชี่ยวชาญของเราในอุตสาหกรรมการผลิตและอาหารมาช่วยสนับสนุนและทำงานร่วมกับ SAP และลูกค้าของเรา เรามุ่งมั่นที่จะช่วยให้ Exotic Food ขับเคลื่อนการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจของพวกเขาในประเทศไทยและทั่วโลกให้ประสบความสำเร็จ” คุณวิศิษฐ์ วิระยากรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นทีที เดต้า บิสซิเนส โซลูชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

สามารถอ่านข้อมูลได้ที่ SAP News Center หรือติดตาม @SAPNews

สำหรับสื่อมวลชน โปรดติดต่อ:

Rizka Laksmi, rizka.laksmi@sap.com, GMT+7
SAP Press Room; press@sap.com